หากเกิดเหตุไฟไหม้ที่สถานีชาร์จ EV ในคอนโด ต้องทำอย่างไร
แผนรับมือเหตุไฟไหม้ที่สถานีชาร์จ EV ในคอนโด ทำไมเหตุมักเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถ วิธีรับมือไฟจากแบตเตอรี่และไฟจากระบบไฟฟ้า และการใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกวิธี

เหตุเพลิงไหม้ที่สถานีชาร์จเกิดขึ้นได้น้อยมากเมื่อติดตั้งถูกมาตรฐาน แต่ทุกอาคารควรมีแผนรับมือที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน หัวใจสำคัญคือต้องแยกให้ออกว่าไฟมาจากแบตเตอรี่รถหรือจากระบบไฟฟ้า เพราะวิธีรับมือต่างกัน บทความนี้สรุปจากแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่ EVC ใช้ในทุกสถานี
ทำไมเหตุมักเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถ
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นที่เก็บพลังงานจำนวนมาก หากแบตเตอรี่เสียหาย ร้อนผิดปกติ หรือระบบระบายความร้อนของรถทำงานไม่ปกติ พลังงานที่เก็บไว้จะถูกปล่อยออกมาเป็นความร้อนและไฟได้ต่อเนื่อง ไฟลักษณะนี้จึงดับยากกว่าไฟทั่วไป
ส่วนตู้ชาร์จไม่ได้เก็บพลังงานไว้ และมีระบบตัดไฟหลายชั้น ทั้งเบรกเกอร์กันไฟรั่วต่อเครื่อง Main Breaker แยกอิสระ และปุ่ม Emergency Stop เมื่อตัดไฟแล้วตู้ชาร์จจะไม่มีไฟจ่ายเข้าอีก เหตุที่สถานีชาร์จจึงมักเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่รถมากกว่าตู้ชาร์จ ความพร้อมของแบตเตอรี่และระบบระบายความร้อนเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของรถและผู้ผลิตรถ
ลูกบ้านเห็นควัน กลิ่นไหม้ หรือประกายไฟ ทำอย่างไร
-
กดปุ่ม Emergency Stop สีแดงที่ตู้ชาร์จ
ปุ่มนี้หยุดเครื่องชาร์จทันที ทุกเครื่องมีปุ่มนี้ในตำแหน่งที่มองเห็นชัด
-
ถอยห่างจากรถและตู้ชาร์จ แล้วโทร 199
แจ้งเหตุเพลิงไหม้กับหน่วยดับเพลิงก่อนเสมอ
-
ห้ามถอดสายชาร์จด้วยมือเปล่า และห้ามใช้ลิฟต์ขณะอพยพ
ใช้บันไดหนีไฟตามป้ายทางออก
-
แจ้งนิติบุคคลและ Call Center
แจ้งนิติบุคคลอาคาร และโทร Galvanic Call Center 093-164-7993 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กรณีที่ 1: ไฟจากแบตเตอรี่รถ EV
สังเกตได้จากควันหรือกลิ่นไหม้ที่ออกมาจากตัวรถ ไม่ใช่จากตู้ชาร์จ ขั้นตอนสำหรับเจ้าหน้าที่อาคาร:
- ตัด Main Breaker ของสถานีชาร์จทันที ห้ามถอดสายชาร์จด้วยมือเปล่า
- โทรแจ้ง 199 ทันที และระบุว่าเป็นเหตุจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
- หากไฟเพิ่งเริ่มและอยู่ในระยะที่ปลอดภัย ใช้ถังดับเพลิง ABC ดับไฟโดยรอบแบตเตอรี่ เช่น ส่วนอื่นของรถที่เริ่มติดไฟ เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปส่วนอื่น
- อพยพผู้คนออกจากพื้นที่จอดรถ ห้ามเข้าใกล้รถในรัศมี 15 เมตร
- ไฟที่ตัวแบตเตอรี่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก ให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเป็นผู้ดำเนินการ
- แจ้งนิติบุคคล เจ้าของรถ และ Call Center เพื่อบันทึกเหตุการณ์
ถังดับเพลิง ABC ช่วยจำกัดการลุกลามได้ แต่ดับไฟที่ตัวแบตเตอรี่ไม่ได้ อย่าเสี่ยงอยู่ใกล้รถเพื่อพยายามดับเอง ความปลอดภัยของคนต้องมาก่อนเสมอ
กรณีที่ 2: ไฟจากระบบไฟฟ้าหรือตู้ชาร์จ
เกิดที่ตู้ชาร์จ สายไฟ หรือวงจรของสถานีชาร์จเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับระบบไฟห้องพักหรือวงจรอื่นของคอนโด ขั้นตอนสำหรับเจ้าหน้าที่อาคาร:
- กดปุ่ม Emergency Stop หรือตัด Main Breaker ของสถานีชาร์จทันที
- ใช้ถังดับเพลิง ABC ดับไฟเบื้องต้น หากอยู่ในระยะที่ปลอดภัย
- หากไฟลุกลาม ให้ถอยออกจากพื้นที่ทันที
- โทรแจ้ง 199 และแจ้งนิติบุคคลอาคาร
- อพยพผู้คนออกจากพื้นที่ทันที ห้ามใช้ลิฟต์
- แจ้ง Call Center เพื่อส่งช่างเข้าตรวจสอบ
อุปกรณ์ไหนใช้ได้ อุปกรณ์ไหนห้ามใช้
| ประเภทไฟ | ถังดับเพลิง ABC | น้ำ |
|---|---|---|
| ไฟจากแบตเตอรี่รถ EV | ใช้ดับไฟโดยรอบแบตเตอรี่และส่วนอื่นของรถ เพื่อไม่ให้ลุกลาม (เมื่อไฟเพิ่งเริ่ม) | ใช้น้ำปริมาณมาก โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง |
| ไฟจากระบบไฟฟ้า / ตู้ชาร์จ | ใช้ได้ | ห้ามใช้ |
สิ่งที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า
- พนักงานอาคาร ช่าง และ รปภ. รู้ตำแหน่งปุ่ม Emergency Stop และ Main Breaker ของสถานีชาร์จ (EVC อบรมให้ก่อนเปิดใช้งาน)
- ถังดับเพลิง ABC 5 กก. อยู่ประจำสถานี ตรวจสภาพสม่ำเสมอ
- ทางอพยพกว้างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ไม่มีสิ่งกีดขวาง และป้ายทางหนีไฟมองเห็นชัด
- ป้ายเบอร์ 199 และเบอร์ Call Center ติดที่ตู้ชาร์จทุกเครื่อง
EVC พร้อมประสานงานกับนิติบุคคลในทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้ในกรณีที่อยู่นอกขอบเขตการดูแลของ EVC โดยตรง ดูระบบป้องกันทั้งหมดได้ที่ระบบความปลอดภัยของสถานีชาร์จ EV ในคอนโด
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเหตุไฟไหม้ที่สถานีชาร์จมักเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถ?
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นที่เก็บพลังงานจำนวนมาก หากเสียหายหรือร้อนผิดปกติจะปล่อยความร้อนและไฟออกมาได้ต่อเนื่อง ส่วนตู้ชาร์จมีเบรกเกอร์กันไฟรั่ว Main Breaker และปุ่ม Emergency Stop ที่ตัดไฟได้ทันที
ใช้ถังดับเพลิง ABC กับไฟจากแบตเตอรี่รถ EV ได้ไหม?
ใช้ดับไฟโดยรอบแบตเตอรี่ได้ เช่น ส่วนอื่นของรถที่เริ่มติดไฟ เพื่อไม่ให้ไฟลุกลาม หากไฟเพิ่งเริ่มและอยู่ในระยะที่ปลอดภัย แต่ถัง ABC ดับไฟที่ตัวแบตเตอรี่ไม่ได้ ไฟที่แบตเตอรี่ต้องใช้น้ำปริมาณมากโดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
ทำไมห้ามถอดสายชาร์จด้วยมือเปล่า?
ขณะเกิดเหตุสายชาร์จและหัวชาร์จอาจมีไฟฟ้าหรือร้อนจัด ให้ตัดไฟที่ Main Breaker ของสถานีชาร์จก่อน และปล่อยให้เจ้าหน้าที่จัดการ
เกิดเหตุแล้วต้องโทรหาใคร?
โทร 199 แจ้งเหตุเพลิงไหม้ก่อน แล้วแจ้งนิติบุคคลอาคาร จากนั้นแจ้ง Galvanic Call Center 093-164-7993 (24 ชั่วโมง) เพื่อส่งช่างเข้าตรวจสอบ
แหล่งอ้างอิงและมาตรฐาน

e-book ฟรี · PDF 9 หน้า
7 คำถามที่คณะกรรมการคอนโดควรถาม ก่อนเลือกผู้ให้บริการสถานีชาร์จ EV
พร้อมเอกสารที่ควรขอดู ตารางเทียบ และแบบฟอร์มให้คะแนนสำหรับการประชุมคณะกรรมการ



